ดูหนังออนไลน์: Night Stalker ล่าฆาตกรในเงามืด

ดูหนังออนไลน์: Night Stalker ล่าฆาตกรในเงามืด สารคดีกึ่งซีรีส์ของ Netflix ที่หยิบยกคดีดังสะเทือนขวัญของลอสแองเจลลิสในอดีตมาทำ กับฆาตกรต่อเนื่อง ริชาร์ด รามิเรซ ที่ออกล่าและลงมือฆ่า ข่มขืน ทำร้ายผู้คนกว่า 30 คน แบบไม่เลือก เพียงระยะเวลา 160 กว่าวัน จนทำให้ผู้คนต่างขวัญผวาไปทั้งอเมริกา เจาะลึกการทำงานของตำรวจ และติดตามชีวิตของเหยื่อที่เคยถูกกระทำ สร้างจากเรื่องจริงที่ทำออกมาได้ดีกว่าซีรีส์แนวสืบสวนบางเรื่องเสียอีก

ตามปกติแล้ว หลายๆ คน คงจะคิดว่าพวกสารคดี หรืออะไรที่มันออกแนวกึ่งๆ สารคดี จะน่าเบื่อ แต่เรื่องนี้มันได้ใช้เรื่องจริง เล่าผ่านตัวละครในเรื่องที่เป็นคนจริงๆ ทั้งตัวละครหลักที่เป็นนักสืบสองคน ได้พยายามตามล่าตัวฆาตกร สลับกับความรู้สึกของเหยื่อ ครอบครัวเหยื่อ ที่จะมาบอกเล่าในช่วงเวลานั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง และจังหวะการเล่าเรื่องมันทำได้ดีและน่าติดตามมากๆ

Night Stalker frank and gilตัวซีรีส์เองจะออกเป็นแนวการเล่าเรื่องของคดีฆาตกรต่อเนื่อง ริชาร์ด รามิเรซ ผ่านปากคำของตัวละครหลักสองตัวก็คือ แฟรงค์ ซาเลโน นักสืบที่ได้รับการนับหน้าถือตาและโด่งดังมากในยุค 80 คดีไหนที่เขาไปทำ จะถูกคลี่คลาย จับคู่กับนายตำรวจสืบสวนแผนกฆาตกรรมหน้าใหม่ ณ ตอนนั้น กิล คาริลโล ที่เพิ่งเข้าหน่วยมาหมาดๆ แต่ต้องมาจับคดีฆาตกรต่อเนื่อง แต่การที่เขาสามารถมาประกบคู่กับนักสืบสุดเก๋าทั้งๆ ที่อายุยังน้อย เขาต้องมีดีอะไรบางอย่างในตัวซึ่งเราจะได้ติดตามชีวิตของพวกเขาผ่านคำบอกเล่า ตัดสลับกับฟุตเทจในอดีตและภาพจำลองเหตุการณ์

เราจะค่อยๆ ได้เรียนรู้ เกี่ยวกับชีวิตของนักสืบทั้งสองคน ว่าทำไมถึงได้มาจับคู่กัน การทำงานสืบสวนคดีฆาตกรรมที่ทำให้เราต้องรู้สึกสะพรึงว่า ฆาตกรต่อเนื่องของอเมริกามันเยอะขนาดนั้นจริงๆ จนน่ากลัว ตัดสลับกับคำบอกเล่าของเหยื่อที่เคยถูกทารุณทางเพศ เหยื่อบางคนที่โดนตอนนั้น เป็นเพียงเด็กหญิงอายุ 6 ขวบ ตัวฆาตกรเรียกได้ว่าฆ่าไม่เลือก ข่มข่น กระทำชำเราทางเพศทั้งหญิงและชาย ระยะเวลาลงมือจนกว่าจะถูกจับกุมราวๆ 160 กว่าวัน แต่รายชื่อเหยื่อยาวเป็นหางว่าว ทำให้เราคนดูรู้สึกถึงความน่ากลัวและความโหดร้ายของตัวฆาตกรหลักของเรื่องนี้จนรู้สึกขนลุก

สาเหตุที่ทำให้คดีนี้สะเทือนขวัญและดังมากในอเมริกาจนทำให้ฆาตกรได้ฉายาไนท์สตอลค์เกอร์ เพราะตัวฆาตกรจะออกฆ่าเหยื่อในยามวิกาล โดยไม่มีรูปแบบอะไรเลย ปกติแล้วฆาตกรต่อเนื่องหลายคนก็จะมีรูปแบบ วิธีเลือกเหยื่อเฉพาะเจาะจงไป บางคนก็เลือกฆ่าแต่ผู้หญิง บางคนก็เลือกฆ่าเด็ก แต่นักล่ายามวิกาลคนนี้มันฆ่าแหลก ข่มขืน ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ชายและหญิง เป็นใครก็ได้ที่มีโอกาสตกเป็นเหยื่อ แถมวิธีฆ่าก็แตกต่างกัน ทั้งซ้อมจนตาย ใช้ค้อน หรือใช้ปืนยิงจ่อ บางคนก็เพียงข่มขืนแต่ไม่ฆ่า ออกลงมือหลายพื้นที่ จาก L.A. ไปซานฟรานซิสโก ก่อเหตุคืนเดียวกันสองถึงสามครั้ง ความไร้รูปแบบนี้ทำให้ตำรวจต้องปวดหัว กับหลักฐานตามตัวฆาตกรที่มีเพียงน้อยนิด สืบเพียงรอยเท้าจากรองเท้าไปสู่ตัวของฆาตกรที่ทำให้เรารู้สึกทึ่งไปกับการตามสืบของตำรวจ

สิ่งที่เป็นจุดเด่นจริงๆ ที่ทำให้สารคดีเรื่องนี้สนุก ก็คือจังหวะการเล่าที่จะค่อยๆ เปิดเผยรายละเอียดต่างๆ พร้อมกับเผยรายละเอียดการทำงาน การตามสืบของนักสืบ อุปสรรคต่างๆ ในการสืบสวน สื่อที่หิวข่าวและทำลายการสืบสวน จนไปถึงการหาตัวคนร้ายและจับกุมได้ในที่สุด แต่มันยังไม่จบเพียงแค่นั้น เพราะการต่อสู้ในชั้นศาลกลับกินเวลาหลายปี ทำให้ตอนท้ายๆ ของเรื่อง ถ้าหากว่าใครที่เคยดูซีรีส์เช่น Mindhunter สารคดีเรื่องนี้แทบจะดำเนินเรื่องคล้ายๆ กันเลย

แม้จะบอกว่าสารคดีเรื่องนี้จะดำเนินเรื่องแบบการเล่าเรื่อง แต่เขาจะมีฉาก ภาพจำลองที่จะไม่เปิดเผยอะไรมาก ตัดสลับกับฟุตเทจจริงและการสัมภาษณ์คนที่เกี่ยวข้องที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ให้เราได้ลุ้นไปพร้อมๆ กับเรื่องที่จะค่อยๆ ดำเนินไปทีละส่วน ที่เจาะค่อนข้างลึกจนทำให้เราได้เห็นถึงผลกระทบของสื่อ ที่มีผลต่อรูปคดี จนไปถึงตอนท้ายที่จับกุมคนร้ายได้ด้วยกลุ่มประชาชน แต่พอขึ้นศาลต่อสู้คดีกลับทำให้ตัวฆาตกรสุดโหดกลายเป็นคนดังได้ยังไงกัน มีกลุ่มผู้คนจำนวนมากคลั่งไคล้ในตัวฆาตกร แม้คดีจะคลี่คลายแต่ตำรวจก็ยังต้องปวดหัวต่อ

ซีรีส์กึ่งสารคดี แนวนี้มันไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่ถ้าอยากจะลองเปิดใจดูก็เริ่มกับเรื่องนี้ได้ มันทำออกมาได้ดีมากจริงๆ ดีกว่าซีรีส์แนวสืบสวนบางเรื่องเสียอีก เพราะมันน่าติดตามมาก โดยเฉพาะถ้าหากว่าเราไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับตัวของคดีมาก่อน เราก็จะยิ่งอยากรู้ถึงตอนจบว่า สรุปแล้ว คนร้ายคือใคร ทำไมถึงต้องไล่ฆ่าคนขนาดนั้น แต่น่าเสียดายที่มันไม่ได้นำเสนอเกี่ยวกับจิตใจของตัวฆาตกร มูลเหตุจูงใจในการฆ่าเท่าไหร่ แต่จะเน้นไปนำเสนอการทำงานของตำรวจ การหาหลักฐานตามสืบ เพื่อปะติดปะต่อคดี รวมไปถึงซึมซับอารมณ์ของเหล่าเหยื่อและผู้ถูกกระทำผ่านการเล่าเรื่องแทน ความยาวของเรื่อง มีเพียง 4 ตอน เฉลี่ยนตอนละ 45 นาที ใช้เวลาดูราวๆ สามชั่วโมงเต็มอิ่ม ตอนจบก็มีอะไรให้เราฉุกคิด กระตุกจิตกระชากใจต่อ

จังหวะการเล่าเรื่อง การตัดต่อ สลับฟุตเทจของจริงกับคำบอกเล่าของตัวละครในปัจจุบัน ผลกระทบต่างๆ ของเหยื่อ การทำงานของนักสืบดังแห่งยุคที่ไขคดีฆาตกรสุดโฉดได้ รายละเอียดจัดเต็มและเจาะลึก ถ้าใครชอบเรื่องราวแนวนี้ล่ะก็ คุ้มค่าที่จะเสียเวลาดูอย่างมาก แต่น่าเสียดายเล็กๆ ที่มันไม่ได้เจาะลึกถึงจิตใจอันบิดเบี้ยวของตัวฆาตกรมากเท่าไหร่ ถ้าอยากจะเปิดใจดูอะไรแนวใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่ซีรีส์ลิมิเต็ดล่ะก็ Netflix ทำสารคดีเรื่องนี้ออกมาได้เยี่ยมจริงๆ